<< December >>

S

M

T

W

T

F

S

30 

5 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

แม่ไปอยู่กับลูกสาวที่DOHA
สนุกตื่นเต้นในวันสงกรานต์
ไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ
ภูมิต้านทานทุกข์
สงสารเศรษฐกิจไทย
เมื่อลูกกลับมาเที่ยวบ้าน
คำพ่อ คำแม่
รักลูกนะลูกรัก
ขออนุญาตลาพัก
นาฬิกาชีวิต
ชาวพุทธไม่เอาพุทธจรีงหรือ?
พุทธศาสนา
สาเหตุของความเจ็บป่วย
กิจกรรมในวันวิสาขะ
โอปนยิโกธรรม
เดินตามรอยเท้าพ่อ
อย่าให้ทุกข์ทับถมชีวิต
รู้ไว ไขชีวิต
ธรรมเป็นใหญ่
คุณค่าและความเหมาะสม
ที่สุดของความดี
จากใจพ่อ
ธรรมะของอาจารย์
ธรรมะทำให้ชีวิตดีขึ้น
กิเลส - อารมณ์
คนกับคน (2)
คนกับคน (1)
ความกตัญญูกตเวที
สองมือแม่
ข้อคิดที่ดี ๆ
เปิดหัวใจ 3
เปิดหัวใจให้ลูกรู้ (2)
เปิดหัวใจให้ลูกรู้
,มิตรแท้-มิตรเทียม
ชีวิตจะมีความสุข ถ้าทำงานด้วยความสุข
พ่อสอนลูกด้วยธรรมะ
จากลูกสาว ถึงพ่อและแม่






คุณค่าและความเหมาะสม

                  สิ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุดในชีวิตคนก็คือ  ความคิดของตนเอง  เพราะความสำเร็จ ความล้มเหลว ความเจริญ ความเสื่อม ความได้ ความเสีย ความสุข ความทุกข์  ย่อมเกิดจากความคิดของตนเป็น "ตัวการ" ทั้งสิ้น

                  ความเป็นอยู่ของคนจะมีความสุขสมบูรณ์  ต้องมีส่วนประกอบของชีวิต 4 อย่าง คือ ทรัพย์ เกียรติ ความสุขใจ และไมตรีจิต  ใน 4 อย่างนี้จะต้องมีในปริมาณที่ใกล้เคียงกันด้วย  ที่เป็นเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้คิดหาทรัพย์อย่างเดียว  หรือเห็นแต่ความสำคัญของทรัพย์อย่างเดียว

                   "ทรัพย์"  มีประโยชน์ให้เกิดความสะดวก  ควรมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะและภาวะของตน  ไม่มากหรือน้อยเกินไป  มีมากเกินไปก็เป็นภาระหนักในการบริหาร อาจนำอันตรายให้แก่ชีวิตได้ทุกเวลา  หากน้อยเกินไป ก็ไม่พอที่จะอำนวยความสะดวกในการเป็นอยู่   และทรัพย์ที่ได้มาต้องเป็นทรัพย์ที่ได้มาด้วยความชอบธรรมด้วย

                   "เกียรติ"  คือชื่อเสียงที่เขาเชื่อถือและยอมรับว่าเป็นคนดี  เป็นเครื่องค้ำประกันตัวเองในสังคม  ได้รับความไว้วางใจทำให้คนอื่นมองตนในแง่ดี  เพราะคนต้องอยู่กับคนด้วยกัน  และจะอยู่ด้วยกันได้ดีก็สืบเนื่องจากความเชื่อถือไว้วางใจกัน   ผู้ที่คนทั้งหลายไม่เชื่อถือ ไม่ไว้วางใจกันย่อมหมดความหมายในการเป็น "คน" โดยประการทั้งปวง

                    "ความสุขใจ"  ก่อให้เกิดความสดชื่น  เป็นพลังแห่งความมั่นคง ยั่งยืน และคงทนอย่างมหาศาล ไม่มีสิ่งใดที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตให้สมบูรณ์ได้เท่าความสุขใจ ถ้าไม่มีความสุขใจ  ชีวิตก็อยู่ได้อย่างลำบากเต็มที  เหมือนร่างกายที่ขาดอาหาร  รอวันที่เจ็บรอวันที่ตายเท่านั้น

                     "ไมตรี"  คือ ความรักความปรารถนาดีจากคนอื่น  ก่อให้เกิดความราบรื่น  เพราะที่อยู่ของคน คือ ที่ที่มีคนรัก   ที่สะดวกปลอดภัยของคนก็คือ ที่ที่มีคนรัก คนที่มีคนรักคนปรารถนาดี จะอยู่ที่ไหนก็สะดวกสบาย จะทำอะไรก็สำเร็จได้ง่ายทุกอย่าง  

                      ส่วนประกอบของชีวิตคนทั้ง 4 ประการนี้ เป็นคุณ๊สมบัติที่ทุกคนต้องมีในปริมาณที่สมดุลกัน  จึงจะมีผลดีต่อชีวิตตนสมความมุ่งหมาย  ถ้ามีอย่างใดอย่างหนึ่งมากหรือน้อยเกินไป  นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้ว  ยังกลับเป็นอันตรายอีกด้วย

                       ทุกวันนี้ ปัญหาของคนเกิดจากมีส่วนประกอบของชีวิตที่ไม่สมดุลกัน คือแทบทุกคนมุ่งหาแต่ "ทรัพย์" อย่างเดียว  ได้มากเท่าไรก็ยิ่งพอใจเท่านั้น  ใครจะดูหมิ่นเหยียดหยามเกลียดชังตนประการใด หรือว่าตนอย่างไร ก็ไม่วิตกกังวลหรือให้ความสนใจ  ขอเพียงให้ได้เงินมาเพื่อสนองความต้องการของตนก็แล้วกัน  ซึ่งเป็นการนำชีวิตของตนไปสู่รูปแบบของ "ความเห็นแก่ตัว" มากขึ้นทุกที และตนเองก็มีปัญหาไม่รู้จักหมดสิ้น  ซ้ำยังสร้างความขัดแย้ง  ความแตกแยกในสังคมให้เกิดขึ้นด้วย

                       ชีวิตของเราทุกคนย่อมพบปัญหาตลอดเวลาที่ตื่นอยู่  เวลาหลับเท่านั้นจึงจะไม่พบปัญหา  แต่เกือบทุกคนไม่ยอมแปญหาของตนเอง  สร้างปัญหาขึ้นมาแล้ว ก็วิ่งไปให้คนอื่นแก้  ถ้าเราไม่พยายามแก้ปัญหาด้วยตนเอง  จะไปให้คนอื่นแก้ปัญหา มัจะยุติปัญหาไม่ได้  เหมือนเราหิวข้าว จะให้คนอื่นมากินแทนย่อมไม่ได้

                        ปัญหาที่เราผูกขึ้น  เราก็ต้องแก้เอง  ความสำคัญอยู่ตรงที่ว่า  เรามีเครื่องมือแก้ปัญหาหรือไม่? เครื่องมือในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ได้ผลอย่างเด็ดขาดและแน่นอนก็คือ    "หลักธรรม"     ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ในหลักธรรมของพระพุทธองค์จะมีหลักการและวิธีการแก้ปัญหาเหล่านั้นด้วยความแยบคายทั้งสิ้น

                         สมมุติว่าเจอปัญหา  "เงินเดือนไม่พอใช้"  วิธีการแก้คือนำหลักธรรมมาใช้  "มี" เท่าไรก็ "ใช้" เท่านั้น

                          มีพันบาทก็ใช้พันบาท  มีสองพันบาทก็ใช้สองพันบาท  ค่าครองชีพก็ไม่เป็นปัญหา  ของแพงก็ไม่เป็นปัญหา  ส่วนมากจะเห็นว่าปัญหาค่าครองชีพเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด  เพราะไปคิดว่า  "อะไร ๆ มันก็จำเป็นไปหมด"  เมื่อเห็นว่าทุกอย่างมันจำเป็นไปหมด  แล้วจะต้องหาเงินเท่าไรมันถึงจะพอ  ถ้าให้มีความคิดที่จะ   "พอ"   เสียบ้าง  ปัญหาเงินเดือนไม่พอใช้ก็จะลดลง  เพราะปัญหามาจากเหตุที่ว่า "ความมี" ก็ไม่พอ    "ความพอ" ก็ไม่มีนี่แหละ

                          เพราะฉะนั้น ผู้ที่ยึดถือหลักธรรมในความรู้จักพอเสียบ้างมาเป็นแนวปฏิบัติ  จะพบมุมสว่างได้ด้วยหลักของ "ความพอดี" มาใช้แก้ปัญหา  ถ้าไม่มีหลักธรรมนี้แล้ว ยิ่งจมลึกลงไปทุกที  เหมือนรถยนต์ที่ติดหล่ม ถ้าไม่มีเครื่องช่วยยกแล้ว  ล้อยิ่งหมุนมากเท่าไรก็ยิ่งจมลึกลงไปทุกที ๆ   เช่นเดียวกับเมื่อจมอยู่ในปัญหา  ถ้าไม่มี "ธรรมะ" มาช่วยให้พ้นปัญหาแล้ว  วนไปวนมาก็ยิ่งจมลึกลงไปทุกที     ปัญหาในทุกวันนี้สืบเนื่องจากเรื่องที่คนไม่ได้  "หากิน"  และไม่ได้ "อยู่" ตามแบบหลักธรรม  ด้วยเหตุนี้จึงสร้างความเดือดร้อนวุ่นวายให้แก่กันและกันอยู่ทั้ว ๆ ไป  ฉะนั้น การศึกษาเพื่อพัฒนาชีวิตที่ดีจึงแยกจากศาสนาไม่ได้  ความจริงทั้งสองอย่างนี้ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันก็คือ เป็นเรื่องของการ "สร้างคน" ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยกัน  เพราะการศึกษาเป็น "วิธีการสร้าง"  ศาสนาเป็น "หลักการสร้าง"  วิธีการและหลักการต้องอยู่ด้วยกันเพราะอำนวยประโยชน์ด้วยกัน  และต้องปรับพื้นฐานของชีวิตให้เข้มข้นยิ่งขึ้นด้วยหลักธรรม 4 ประการ คือ หน้าที่ ความดี เหตุผล และความจริง

                         คุณค่าของคนขึ้นอยู่ด้วยการตั้งใจปฏิบัติหน้าที่  ปัญหาคนส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่ "อยากรับ" หน้าที่  และพยายามทุกทางเพื่อให้ได้ตำแหน่งหน้าที่มา  แต่เมื่อได้มาแล้วก็ไม่นำพา  เพราะเป็นแต่เพียงคนที่ "ชอบเป็น"เท่านั้น  ไม่ได้เป็นคน "ชอบทำ" ด้วย จึงทำให้ชีวิตต้องมีปัญหา

                          การหากินหาใช้เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต  การศึกษาเพื่อให้ได้ประโยชน์ในการทำมาหากินจึงควรเน้นในประเด็นที่ว่า  ต้องหากินตามแบบ "คนที่มีคุณธรรม" เป็นสำคัญ   การจะหาอย่างไร? หาเท่าไร? อยู่ที่ความเหมาะสมของตนเอง  ไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร  เพราะมาตรฐานและความเหมาะสมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ขอขอบคุณ คณะผู้จัดทำหนังสือ"โครงการพบกันครึ่งทาง"

 

 

 

 

Posted on Thu 17 May 2007 16:39


 
เหอ เหอ
   
Sat 19 May 2007 10:16 [10]

ชื่นใจกับครอบครัวของนุ้ยนะคะ..ที่อบอุ่น..เพราะมีธรรมะอยู่ในใจทุกคนนั่นเอง
แม่ก้อยค่ะ   
Sat 19 May 2007 4:19 [9]

สวัสดีค่ะ คุณพ่อ คุณแม่

เมื่อคืนหลาน ๆ หลับสนิทกันเลยค่ะ หลังจากคุณตาไปเล่านิทานให้ฟัง อิ อิ

คนเราสมัยนี้มุ่งหาแต่ทรัพย์อย่างเดียวเยอะมากเลยค่ะ อย่างอื่นไม่สนใจ ขอให้ฉันหาเงินมาให้ได้เยอะ ๆ ลูกเต้าอยากได้อะไร ก็เอาเงินนั่นล่ะมอบให้ ไม่ใช่ความรัก หาเงินตัวเป็นเกลียว แต่ลืมเหลียวแลผู้มีพระคุณ ไม่เข้าใจว่าเค้าจะหาเงินเยอะ ๆ ไปทำไม มีเยอะแล้วไม่เหลียวแลพ่อแม่บังเกิดเกล้า แล้วจะเจริญได้มั๊ยคะ เฮ้อ (เจอมาค่ะ)

โฮะ โฮะ ลืมไปค่ะ คุณพ่อเคยสอนว่าไม่ให้นินทาคนอื่นใช่มั๊ยคะ ลืมตัวอีกแล้วค่ะ
  
Fri 18 May 2007 11:01 [8]

สวัสดีคุณลุงและครอบครัวคะ

คนเดี๋ยวนี้เห็นแก่ตัวกันมาก ๆ ไม่ว่าจะกับเด็ก กับผู้ใหญ่ หรือกับสตรีมีครรภ์
สังเกตุได้จากบนรถเมลล์ แทบไม่มีที่ให้ผู้หญิงนั่แล้วเดี๋ยวนี้ คนแก่ก็ยัไงม่มีที่นั่ง
ทำเป็นหลับกันเหมือนกับในละคร ในชีวิตจริงมันเลวร้ายยิ่งกว่า
   
Thu 17 May 2007 23:12 [7]

สวัสดีรอบดึดก่ะคุณพ่อ

สิ่งที่คุณพ่อนำมาแบ่งปัน เป้นสิ่งที่ส้รางคนให้เป็นคนนะคะ :)

ออยเองก็เป็นคนนึงที่ชื่นชมคุณนุ้ย ลูกสาวของคุณพ่อ เพราะเป็นคนนึงที่ติดตามความเคลื่อนไหวของเวป TCC มาโดยตลอด และทึ่งในความพยายามของคุณนุ้ยมากๆค่ะ และชื่นชมความเอาใจใส่ดูแล และความอบอุ่นของทั้งคุณพ่อ-คุณแม่ ด้วย รู้สึกประทับใจจริงๆค่ะ :)

ปล. ขอบคุณคุณพ่ออีกครั้งสำหรับการติดตาม ออยจะพยายามทำมันให้สำเร็จในอีกไม่ช้า ไม่นานค่ะ แล้วจะแจ้งให้ทราบนะคะ

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ :)
   
Thu 17 May 2007 23:11 [6]

สวัสดียามค่ำ ค่ะคุณพ่อ ( ที่ไทยคงจะดึกแล้ว )

Tee Rak^-^ คือ ชื่อ แฟนของเมเม่เองค่ะ มาจากคำว่า " ที่รัก " ของไทยเราอ่ะค่ะ คุณพ่อ

คนที่นี่ ใครเห้ฯ ชื่อนี้ก็นึกว่า เมเม่เรียนใครว่า ไดโนเสาร์รึเปล่า ฮ่า ๆ

แถมคำว่า BooBoo ด้วยนะคะ เมเม่แทนตัวเองว่า บูบู รพาะชื่อนี้เป็ฯชื่อที่คุณแฟน ของเมเม่ เรียกเมเม่ค่ะ คุณพ่อ บูบู มากจาก " เบบี้ " ที่เวลาเรียกคนรักอ่ะค่ะ อุ้ย เขิลลลล ฮ่า ๆๆ

..................................

อ่านเรื่องราววันนี้แล้วสบายใจค่ะ อย่างน้อย เมเม่ก็พอทำได้หลายข้อแล้ว พยายามฝึกลดกิเลศ ทั้งหลายเพื่อน ในหลวง ของเราตั้งแต่ ที่ท่าน บอกให้ประชากรของท่าน อยู่กันแบบพอเพียง

เวลาที่ไม่อยากได้อะไร เราก็ไม่ทุกข์ จริง ๆ นะคะ คุณพ่อ ยิ่งอยากได้ เราก็ยิ่งทุกข์ เพราะต้องมานั่งคิดอีกว่า ทำยังไง เราจะได้มันมา ต้องไขว้ขว้า หา เพื่อนกิเลศ ตรงนั้น

แล้วพอหามาได้ ก็เริ่มอยากได้ สิ่งใหม่ ๆ มากมาย ไม่รู้จักจบ จักสิ้น เมื่อก่อนเมเม่เคยเป้ฯแบบนี้ค่ะคุณพ่อ แล้ว เป็ฯทุกข์มาก เรพาะอยากได้ไปหมด แต่ ไม่สามารถ เอามาได้ทั้งหมด

เมเม่ก็ได้หลักธรรมนี่หล่ะเข้าช่วย คุณแม่ พาเมเม่ไป นั่งวิปัสนาที่วัด ยิ่งไปบ่อย เมเม่ก็ยิ่งซึมซับ เข้ามามากจึ้นเรื่อย ๆ จนเดี๋ยวนี้รู้สึกว่า

ความเห้ฯแก่ตัวที่เคยมีมันก็ลดลง กิเลศที่มันเคยหนา มันก็บางลง จิตใจ ที่มัรร้อนรุ่มก็เย็นลง จากที่ อยากให้คนอื่น ๆ ทำอะไรเพื่อนตัวเอง ก็ เริ่มทำอะไรเพื่อคนอื่นมากขึ้น

รู้จักเสียสละ และมีคงามอดทนมากขึ้น ไม่ขี้เจ้าอารมณื ไม่หงุดหงิดง่าย กลายเป้นคนใจเย็นและอารมณ์ดีกว่าแต่ก่อน จากที่คิดว่าว่า ทำไงยังตัวเองจะมีความสุข ก็เริ่มทำให้คนรอบข้างมีความสุขก่อน

แล้วเมเม่ก็เลยรู้ว่ากลายที่เราเห้ฯคนที่เรารัก และคนรอบข้างเรามีความสุข นั่นคือความสุขที่เมเม่อยากได้ เป็นความสุขในใจจริง ๆ ที่สัมผัสได้

คุณแม่บอกว่า ที่เมเม่เป้นแบบนี้ได้ เพราะมีธรรมมะในใจ ไม่เสียแรงเลยที่พร่ำสอน ไว้ เมเม่ก็ดีใจที่ทำให้คุณแม่มีความสุข ค่ะคุณพ่อ ^-^

ขอบพระคณสำหรัยเรื่องดีดีวันนี้นะคะคุณพ่อ คุณพ่อ คุณแม่ และพี่นุ้ย รักษาสุขภาพนะคะ

คิดถึงค่ะ


เมเม่ ณ. ปลาหมู ^o^





   
Thu 17 May 2007 22:18 [5]

ขอบคุณค่ะคุณพ่อสำหรับข้อคิด
ยุ้ยจะพยายามทำให้ได้
แม้จะยากไปนิดนึงก็ตาม อิอิ ^^
   
Thu 17 May 2007 22:04 [4]

สวัสดีค่ะคุณพ่อ
ยุ้ยแวะมาอ่านนานละ แต่ไม่เคยทิ้งข้อความไว้เลย
วันนี้ถือโอกาสสวัสดีคุณพ่ออย่างเป็นทางการนะคะ
ติดตามความพยายามของนุ้ยมานานแล้วล่ะค่ะ
ที่ www.thaicabincrew.com
เห็นถึงความอดทนของนุ้ยแล้วยุ้ยก็อดชื่นใจแทนคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้
คนเราถ้าตั้งใจ และอดทน ในที่สุดสิ่งที่ฝันก็ต้องเป็นจริง ใช่ไหมคะ
เพียงแค่เราไม่ท้อ และหลบฉากไปเสียก่อน

ทึ่งและชื่นชมนุ้ยจากใจจริงค่ะ

เชียงใหม่ฝนกำลังตกเลยล่ะค่ะ
คุณพ่ออยู่ทางนู้น รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

   
Thu 17 May 2007 20:45 [3]

สวัสดีค่ะ..แวะมาอ่านอีกแล้วนะคะ
แม่ก้อยค่ะ   
Thu 17 May 2007 20:01 [2]

ตอบน้องตั๊ม
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วเป็นกฎตายตัว แต่ทุกวันนี้สังคมสับสนวุ่นวาย ทำให้มีความรู้สึกว่าคนทำความชั่วแล้วได้ดี คนทำความดีกลับได้ชั่ว เพราะบาปยังไม่ส่งผลไปถึงคนชั่ว หรือส่งผลแล้วเราไม่รู้ ไม่เห็น หรืออาจส่งผลไปถึงครอบครัวของคนที่ทำความชั่วเหล่านั้นก็ได้ บางเรื่องเราอาจพอรู้ได้บ้างแล้ว จากหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วว่า พวกที่เอาสีของคำอ้างทำเพื่อชาติทาตัวไว้ พอสีเริ่มลอกออก เราก็เริ่มเห็นอะไรเป็นอะไรบ้างแล้ว ผลกรรมจะค่อยๆทะยอยตามมาให้เห็นกัน
ขอให้โชคดีครับ.
   
Thu 17 May 2007 16:57 [1]


 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง