ธรรมเป็นใหญ่
ประเทศเป็นประชาธิปไตย ประชาชนต้องถือธรรมเป็นใหญ่ ต้องเชิดชูธรรม
พระพุทธเจ้าตรัสว่า "เราถือธรรมเป็นใหญ่ เราเคารพธรรม" และพระองค์ได้ตรัสถึงคุณสมบัติของผู้ที่ จะเป็นจักรพรรดิว่าเป็น ธรรมาธิปไตย คือถือธรรมเป็นใหญ่ ถือความจริง ความถูกต้อง ความดีงาม และถือหลักการเป็นใหญ่
คำว่า "อธิปไตย" นั้น เวลานี้ต้องแยกว่ามีการใช้ใน 2 ความหมายคือ
1. ความหมายที่บัญญัติกันในสมัยปัจจุบัน หมายถึงระบอบการปกครองที่ใครเป็นใหญ่หรือเป็นเจ้าของอำนาจ เช่น ราชาธิปไตย ได้แก่ ระบอบการปกครองที่องค์ราชาหรือพระมหากษัตริย์เป็นใหญ่ เป็นเจ้าของอำนาจตัดสินใจ อภิชนาธิปไตย ได้แก่ ระบอบการปกครองที่กลุ่มคนชั้นสูงเป็นใหญ่ ประชาธิปไตย ได้แก่ ระบอบการปกครองที่ประชาชนเป็นใหญ่ เป็นเจ้าของอำนาจตัดสินใจ คือเป็นเรื่องของรูปแบบหรือระบบแห่งกิจการของสังคม
2. ความหมายเดิมซึ่งใช้ในหลักธรรม หมายถึงคุณสมบัติหรือลักษณะท่าทีแห่งจิตใจและการปฏิบัติของบุคคล ที่จะยึดถืออะไรเป็นใหญ่ ให้ความสำคัญสูงสุดแก่สิ่งใด เอาอะไรเป็นเกณท์ เป็นมาตรฐานในการตัดสินใจ และในการปฏิบัติจัดทำกิจการต่าง ๆ ซึ่งโดยทั่ว ไปมี 3 อย่าง คือ.-
อัตตาธิไตย ถือตนเป็นใหญ่ เอาความพอใจชอบใจ ผลประโยชน์ เกียรติหรือศักดิ์ศรีของตนเป็นเกณท์ เอาความเคารพตัวเองเป็นใหญ่
โลกาธิไตย ถือโลกเป็นใหญ่ คือเอาความนิยมหรือกระแสสังคม เสียงชื่นชมยกย่อง หลีกเลี่ยงคำนินทา หาแต่คำสรรเสริญ การจะได้รับคะแนนนิยมเป็นเกณท์
ธรรมาธิปไตย ถือธรรมเป็นใหญ่ คือยึดถือหลักการ เอาความจริง ความถูกต้อง ความดีงาม ความเป็นไปตามเหตุล กฎกติกาและกฎหมายที่วางไว้เป็นหลัก เป็นเกณท์ตัดสิน
ทั้งหมดนี้ คุณสมบัติ ลักษณะทาที หรือเกณท์ตัดสินใจที่ดีที่สุด คือ "ธรรมาธิปไตย"
อธิปไตยใน 2 ความหมายนี้มาบรรจบกันตรงที่ว่า ในระบบการปกครองใด ๆ ก็ตาม บุคคลที่เป็นผู้ปกครองหรือเจ้าของอำนาจตัดสินใจนั้น เป็นหัวใจที่จะทำให้การปกครองเกิดผลดีหรือผลร้าย ให้การปกครองนั้นบรรลุวัตถุประสงค์แห่งการปกครองหรือไม่ ฉะนั้น ผู้ที่ปกครองหรือเจ้าของอำนาจปกครอง ไม่ว่าในระบบใดก็ตาม ควรจะต้องเป็นธรรมาธิปไตย เช่น
ในระบอบราชาธิปไตย องค์ราชาต้องเป็นธรรมาธิปไตย ถ้าองค์ราชาเป็นธรรมาธิปไตย ราชาธิปไตยนั้นก็เป็นราชาธิปไตยที่ดีที่สุดในจำพวกราชาธิปไตยด้วยกัน
ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนแต่ละคนต้องเป็นธรรมาธิปไตย ถ้าในสังคมใดประชาชนเป็นธรรมาธิปไตยกันมากที่สุด ประชาธิไตยของสังคมนั้นก็เป็นประชาธิปไตยที่ดีที่สุดในบรรดาประชาธิปไตยทั้งหลาย
ถ้าประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดในบรรดาระบอบการปกครองทั้งหมด ประชาธิปไตยของสังคมใด มีประชาชนที่เป็นธรรมาธิปไตยมากที่สุด เราก็จะได้ระบอบการปกครองที่ดีซึ่งเป็นที่สุดของที่สุด
ต้องย้ำว่า เวลานี้เรามีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น ประชาชนเป็นผู้ปกครอง หรือเป็นเจ้าของอำนาจในการปกครอง ดังนั้น ประชาชนแต่ละคนจึงต้องเป็น "ธรรมาธิปไตย" คือถือธรรมเป็นใหญ่ หมายความว่าถือความจริง ความถูกต้อง ความดีงาม ถือหลักการและกฎกติกาเป็นใหญ่ เมื่อคนเป็นธรรมาธิปไตย สังคมจึงจะเป็นประชาธิปไตยได้ และระบอบประชาธิปไตยจึงจะสำเร็จ ทำอย่างไรจึงจะให้คนไทยเป็นธรรมาธิปไตย เพราะปัจจุบันนี้สังคมไทยยังหาคนที่เป็นธรรมาธิไตยได้ยาก คือ ยังมัวหวังพึ่งเทพเจ้าหรือสิ่งดลบันดาลภายนอกทั้งหลาย ยังไม่มั่นใจในธรรม
คนไทยต้องเป็น"ไท"ซึ่งแปลว่า "อิสระ" คือเป็นใหญ่ในตัวเอง ไทยจะเป็นไทได้ ไทยต้องชูธรรม ถ้าไทยชูธรรม ไทยจะเป็น"ไท"ได้แท้จริง หากไทยไม่ชูธรรม ไทยก็อาจจะกลายเป็นทาส อย่างน้อยเป็นทาสทางวัฒนธรรม เป็นทาสที่รอรับความช่วยเหลือ เป็นทาสในระบบแข่งขัน เป็นทาสทางเศรษฐกิจ เป็นทาสของผู้ผลิต โดยเป็นนักบริโภคที่ต้องถูกเขาบันดาล ต้องถูกเขากำหนด ไทยก็จะไม่เป็นอิสระแท้จริง
ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะต้องมีความชัดเจนในหลักการของพระพุทธศาสนา ถ้าเป็นพุทธศาสนิกชนจะต้องถือธรรมเป็นใหญ่ พระพุทธเจ้าเองก็ทรงถือธรรมเป็นใหญ่ ไม่มีอะไรใหญ่กว่าธรรม
คนที่ถือธรรมเป็นใหญ่ คือเป็นธรรมาธิปไตยนั้น มีลักษณะสำคัญคือ.-
1. เป็นคนมีหลักการไม่เลื่อนลอยไหลไปตามกระแส เอาความจริง ความถูกต้อง ความดีงาม ความเป็นไปตามเหตุผล และกฎกติกาเป็นเกณท์ตัดสิน
2. ใช้ปัญญาและพัฒนาปัญญาอยู่เสมอ เพื่อให้รู้เท่าทันข้อมูล ความเป็นไปตามจริง และเพื่อให้รู้ให้เข้าใจ เข้าถึงหลักการ ความจริงความถูกต้องดีงาม และเหตุผลในเรื่องนั้น ๆ เพื่อให้สามารถรักษาหลักการ ความจริง ความถูกต้องไว้ได้
3. มีความจริงใจ บริสุทธิ์ใจ สุจริตใจในการใช้ปัญญาพิจารณาตัดสินใจ ไม่เอนเอียงไปด้วยอคติ
4. รักธรรม รักความจริง ความถูกต้องดีงาม ทำอะไรมุ่งจะให้ถึงธรรมและเป็นไปตามธรรม มุ่งให้ได้ความจริง มุ่งให้เกิดความถูกต้องดีงาม จนข้ามพ้นความยึดถือในตัวตนไปได้ ให้ธรรมเป็นใหญ่เหนือแม้แต่เกียรติและศักดิ์ศรีของตน และเพราะรักธรรม ทุ่งให้เกิดความเป็นธรรมนั้น จึงเป็นคนที่พูดด้วยง่าย รับฟังข้อมูลและเหตุผล ไม่ดื้อรั้นในทิฐิ
ใน 4 ข้อนี้ ข้อสุดท้ายเป็นตัวตัดสินความเป็นธรรมาธิปไตย แต่ในการปฏิบัติ จะขาด 3 ข้อแรกก็ไม่ได้ ต้องมีไว้ครบทั้งหมด.
หมายเหตุ.-
ไดอารี่ที่เขียนในวันนี้ ว่าด้วยการปกครอง ระบอบการปกครองด้วยหลักธรรม จึงควรอ่านให้เข้าใจแต่ละถ้อยคำในเชิงวิชาการ บางท่านอาจจะเข้าใจว่าเป็นการเมืองที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายในขณะนี้ เพราะอาจเห็นคำต่างๆที่ลงท้ายด้วย....ธิปไตย เป็นเรื่องการเมืองที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในเวลานี้
ในสมัยก่อนที่ผู้เขียนเป็นเด็กนักเรียนก็เคยเรียนในวิชา "หน้าที่พลเมืองดี"(ไม่รู้สมัยนี้จะมีเรียนหรือไม่?)เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย คนไทยมีสิทธิและหน้าที่จะต้องทำอะไรบ้าง?
ในเนื้อหาดังกล่าวข้างต้นว่าด้วยการปกครองในหลักธรรมะ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับการปกครองของสังคมต่าง ๆ ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน เป็นต้น
ต้องขออภัยที่ทำให้บางท่านคิดว่าเป็นกล่าวถึงเรื่องการเมืองในสถานการณ์ขณะนี้
ที่มา.- หนังสือ "ธรรมกับไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน"ของท่านพระธรรมปิฏก(ป.อ.ปยุตฺโต)(สมณศักดิ์ของท่านเจ้าคุณในขณะนั้น) |