อย่าให้ทุกข์ทับถมชีวิต
อย่าให้ทุกข์ ทับถมชีวิต
วันนี้จะขออนุญาตนำเอาบางตอนบางส่วนในการปาฐกถาธรรม ของท่านพระพรหมมังคลาจารย์(ปัญญานันทภิกขุ)ในเรื่อง "อย่าให้ทุกข์ ทับถมชีวิต" ในหน้าไดอารี่ก่อน ได้นำเอาเรื่อง "ธรรมเป็นใหญ่"ของท่านพระพรหมคุณาภรณ์(พระธรรมปิฎก)ปราชญ์ของพุทธศาสนามาอ่าน ซึ่งเข้าใจว่าค่อนข้างจะวิชาการมากเกินไป จึงมีการเข้าใจผิดคิดว่าเกี่ยวโยงกับการเมืองในปัจจุบัน
ความทุกข์นั้นมี 2 แบบ เรียกว่า "ทุกข์ทางกาย" กับ "ทุกข์ทางใจ"
ทุกข์ทางกาย หมายความว่าร่างกายเป็นเหตุให้เกิดทุกข์
ทุกข์ทางใจ หมายความถึงเหตุที่เกิดขึ้นในใจของเราเอง
คำว่า"ทุกข์"แปลว่า ทนไม่ได้ คือมันต้องเปลี่ยนไปตามสภาพของมัน หรืออีกอย่างหนึ่งแปลว่า "น่าเกลียด ไม่น่าดู" ไม่น่าดูเพราะว่ามันไม่คงที่ ไม่ถาวร มันมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราจึงเรียกว่า มันเป็นทุกข์ นั่นมันเป็นของธรรมชาติ
ความทุกข์ความเดือดร้อนเกิดขึ้นในใจของเราด้วยประการต่างๆ แต่เราไม่รู้ว่าทุกข์เพราะอะไร ไม่รู้เหตุของความทุกข์ แล็วเราก็ไม่รู้ว่าทุกข์เป็นเรื่องดับได้ แก้ได้ แก้ได้โดยวิธิใด เราต้องปฏิบัติตามวิธีนั้น พระพุทธเจ้าสอนแนวทางไว้ให้คือ "อริยมรรคมีองค์แปด" เป็นทางดับทุกข์ เราก็ปฏิบัติตามทางนั้น เราก็จะดับทุกข์ได้
บางคนเมื่อเป็นทุกข์ก็ไปหาหมอดู หาเกจิอาจารย์ หาเครื่องรางของขลัง ถูกเขาทัก เขาหลอกก็เชื่อ เรียกว่าแก้ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ทางแก้ ให้หายทุกข์
รู้ว่าเขาหลอก หลอกให้เราดีใจ หลอกให้เราเสียทรัพย์ ก็ยังยอมให้เขาหลอก ไสยศาสตร์เขามีไว้สำหรับคนปัญญาอ่อน พุทธศาสตร์มีไว้สำหรับทำคนให้เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแจ่มใส เราอย่าเป็นชาวพุทธแบบปัญญาอ่อน รับรองร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ถ้าเราปฏิบัติตามพระพุทธเจ้า เราจะไม่มีความทุกข์ จะไม่มีความยุ่งใจ จะไม่มีความเดือดร้อน จะอยู่ด้วยความสะอาด สงบ สว่าง
คนชั่วคนปัญญาอ่อนมีมาก ถ้าเราไปถือคำพูดคนเหล่านี้ เราก็อยู่ในโลกไม่ได้ อย่าเอาคำติคำชมของคนอื่นมาเป็นอารมณ์ ถ้าหวั่นไหวกับคำพูดของคนอื่น เราก็อยู่ไม่ได้ คำติคำชมของคนอื่นก็อย่าเอามาเป็นอารมณ์ เราต้องมองดูตัวเราเอง รู้ตัวเราเองว่ามันถูก มันผิด มันดี มันชั่วอย่างไร อย่าเอาฐานะความเป็นอยู่เป็นเครื่องวัด แต่เอาธรรมะมาเป็นเครื่องวัดว่าความถูกต้องมันอยู่ที่อะไร เราควรทำอย่างไร ควรคคิดอย่างไรที่เป็นความถูกต้อง ถ้าทำอย่างนี้ ใจก็สบายไม่มีปัญหาอะไร ไม่มีปัญหายุ่งยากเกิดขึ้นในชีวิต
คิดในแง่ธรรมะแล้วใจสบาย แต่ถ้าเราไม่คิดในแง่ธรรมะก็วุ่นวายใจ เพราะฉะนั้นการศึกษาธรรมะเพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งเกื้อกูลแก่การดับทุกข์ของเรา
พระพุทธเจ้าสอนให้เราดับทุกข์ด้วยปัญญา อย่าดับทุกข์ด้วยความโง่เขลา...... |