<< December >>

S

M

T

W

T

F

S

30 

5 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

ขอให้ลูกสาวมีสุขภาพแข็งแรง
เดือนแห่งวันแม่
สู้ สู้นะน้องเบิร์ด 2
สู้ สู้นะน้องเบิร์ด
อยากทำบุญสร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
แม่ไปอยู่กับลูกสาวที่DOHA
สนุกตื่นเต้นในวันสงกรานต์
ไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ
ภูมิต้านทานทุกข์
สงสารเศรษฐกิจไทย
เมื่อลูกกลับมาเที่ยวบ้าน
คำพ่อ คำแม่
รักลูกนะลูกรัก
ขออนุญาตลาพัก
นาฬิกาชีวิต
ชาวพุทธไม่เอาพุทธจรีงหรือ?
พุทธศาสนา
สาเหตุของความเจ็บป่วย
กิจกรรมในวันวิสาขะ
โอปนยิโกธรรม
เดินตามรอยเท้าพ่อ
อย่าให้ทุกข์ทับถมชีวิต
รู้ไว ไขชีวิต
ธรรมเป็นใหญ่
คุณค่าและความเหมาะสม
ที่สุดของความดี
จากใจพ่อ
ธรรมะของอาจารย์
ธรรมะทำให้ชีวิตดีขึ้น
กิเลส - อารมณ์
คนกับคน (2)
คนกับคน (1)
ความกตัญญูกตเวที
สองมือแม่
ข้อคิดที่ดี ๆ
เปิดหัวใจ 3
เปิดหัวใจให้ลูกรู้ (2)
เปิดหัวใจให้ลูกรู้
,มิตรแท้-มิตรเทียม






โอปนยิโกธรรม

น้องนุ้ยลูกพ่อ

วันนี้เรามาคุยกันในหัวข้อเรื่อง โอปนยิโกธรรม ซึ่งนำส่วนหนึ่งของการเทศนาธรรมของ พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม จังหวัดกาญจนบุรี มาให้ลูกอ่าน เพื่อน้อมเข้ามาพัฒนาตัวเอง บำเพ็ญความดี เพื่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง

โอปนยิโก คือการน้อมเข้าสู่ใจ  เป็นกระบวนการของจิตที่พิจารณาตามกระแสของอริยสัจ 4 หรือ "ปฏิจจสมุปบาท" ปฏิจจสมุปบาท นี่ให้ทบทวนบ่อยๆ ตั้งแต่ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ โสกะปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส  คอยตั้งสติทวนกระแสของปฏิจจสมุปบาทไม่ให้ไหลไปตามวัฏฏสงสาร  ตั้งสติได้ตรงไหน เมื่อไร ก็ทวนกระแสเมื่อนั้น ตรงนั้น

คนเราถ้ามีโอปนยิโกธรรม จิตใจก็เป็นธรรมคุณ  เป็นจิตใจที่มีสัมมาทิฏฐิ  เมื่อใจเป็นธรรม เห็นอะไรๆ ก็โอปนยิโก น้อมเข้ามาสู่ใจ  เช่นธรรมดาเมื่อเห็รรูปด้วยตา บางทีเห็นว่ารูปนั้นสวย จิตก็ปรุงไป เกิดราคะ เกิดความยินดี พอใจ อยากได้เป็นของเรา

ทีนี้ถ้าใจของเราเป็นธรรมแล้ว พอเห็นรูปสวยก็โอปนยิโก น้อมเข้ามาดูกาย พิจารณากาย เห็นกายตามความเป็นจริงว่าเป็นอย่างไร พิจารณาตั้งแต่เกสา  โลมา นขา ทันตา ตโจ ผม ขน เล็บ ฟัน หนังของตนเอง หรือพิจารณาข้างในกายว่า มีกระดูกบ้าง เลือดบ้าง น้ำเหลืองน้ำหนองบ้าง  ตามความจริงแล้ว จะเห็นว่าร่างกายของมนุษย์นี้ล้วนเป็นปฏิกูล ของเน่าเปื่อย สกปรกเหมือนกันทั้งหมด เห็นเป็นอสุภะบ้าง เป็นธาตุ 4 ดิน น้ำ ลม ไฟบ้าง ทำให้สามารถระงับราคะ ระงับตัณหา คือ ความยินดีรักใคร่ในรูปลงเสียได้  หรือถ้าเห็นรูปไม่สวย เห็นใครทำอะไรน่าเกลียด ก็โอปนยิโก พิจารณาว่าลักษณะอย่างนี้น่าเกลียดจริงๆ ไม่น่าศรัทธาเลย เราก็ดูว่า เรามีลักกษณะอย่างนี้บ้างหรือไม่  เราต้องรีบตั้งสติเตือนตัวเองว่า ลักษณะอย่างนี้ไม่น่าทำ ไม่ควรทำ น้อมเข้ามาดูตัวเอง พัฒนาตัวเอง ไม่คิดฟุ้งซ่าน ไม่คิดอัตตาตัวตนว่าเขาว่าเรา เขาไม่น่าเป็นคนอย่างนั้น เขาไม่น่าทำอย่างนั้น  คิดอะไรๆ ไปสารพัดอย่าง ยิ่งคิดก็ยิ่งเกิดกิเลส

เสียงที่ได้ยินทางหูก็เหมือนกัน ใครพูดน่าเกลียด คำนินทา หรือดูหมิ่น ดูถูก ใครด่าเรา พูดไม่ถูกใจเรา เราเกิดความไม่พอใจ เกิดความไม่สบายใจ  เมื่อใจเป็น"ธรรม"แล้วจะยกขึ้นพิจารณาทันทีว่า  ความไม่พอใจเกิดเพราะอะไร สาวหาสาเหตุ เหตุก็อยู่ที่ใจ  เราจะเห็นกิเลสตัณหาที่ใจของเราเอง จะพบว่าทุกข์อยู่ที่ใจของเราเอง เหตุก็อยู่ที่ใจของเรานี่แหละ คำพูดของเขา การกระทำของเขาเป็นเพียง ปัจจัย

เราควรพิจารณาเหตุผลและปัจจัย  พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า เมื่อทุกข์เกิดขึ้นให้ระงับเหตุ  "ตัณหา"เป็นเหตุ "ทุกข์"เป็นผล "คำนินทา"เป็นปัจจัย ไม่ใช่ไปเปลี่ยนปัจจัย ไม่ให้เขาพูด ไม่ให้เขาทำ  พระพุทธองค์ไม่ให้สนใจปัจจัย ไม่ให้สนใจที่คนอื่นมากนัก  เพราะเราจะไปแก้คนอื่นทั้งโลกเพื่อให้เขาทุกคนทำทุกอย่างให้เราพอใจ ให้เราสบายใจไม่ได้ ต้องแก้ที่ใจเรา แก้ที่ตัวเรา แก้ที่ความคิดของเราเอง  อย่าไปเสียเวลากล่าวโทษและพยายามแก้ไขที่คนอื่นเลย  นี่เป็นการเข้าใจตามอริยสัจสี่ เป็น"โอปนยิโก"

แม้แต่พระพุทธเจ้าผู้ทรงพระบริสุทธิคุณ พระปัญญาธิคุณ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อสัตว์โลกถึงปานนั้นก็ยังไม่พ้นคนนินทา  และพระองค์อาจจะเป็นผู้หนึ่งที่ถูกนินทามากที่สุดในโลกก็ได้

ฉะนั้นการที่เราถูกนินทาจึงเป็นเรื่องธรรมดา  สำหรับผู้ที่ทำงานรับผิดชอบมาก มีหน้าที่การงานสูง ยิ่งจะต้องถูกนินทามากขึ้นเป็นธรรมดา

เมื่อเขานินทาว่าเรา เราก็รับฟังด้วยใจเป็นกลาง และพิจารณาดูว่า เราไม่ดี หรือทำผิดตามที่เขาพูดหรือนินทาหรือเปล่า  แต่ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่าเราไม่ได้ผิดหรือทำไม่ดีตามที่เขาพูดเขานินทาก็เมตตาสงสารเขา ไม่ต้องโกรธเขา "สิขีภูโต" เอาตนเป็นพยานของตน

แม้ว่ารอบด้านจะนินทาเรา ถ้าเราไม่ผิด ปกติเราจะทุกข์มาก ทำใจไม่ได้ เพราะไม่เชื่อธรรมะ เชื่อคำพูดคนอื่น

ถ้าใจเป็นธรรมะจริงๆ เราก็ไม่หวั่นไหว ไม่เสียใจ ให้น้อมเข้ามาดูใจเราว่า  เรายังทุกข์ยังโกรธเขาอยู่หรือเปล่า

ถ้ายังทุกข์อยู่ก็พยายามระงับเหตุ คือตัณหาอุปาทานที่ใจเรา  "ทุกข์"เกิดเพราะเหตุ"ปัจจัย"พอดีกัน

ถ้าเราระงับเหตุได้ ถึงแม้จะยังมีปัจจัย คือยังมีคำนินทาอยู่  เราก็ไม่เป็นทุกข์ ถ้ารักษากาย วาจา ใจให้เรียบร้อยได้ ศีลจะยิ่งสมบูรณ์ขึ้น  ทำใจเฉยได้ เรียกว่าศีลเป็นปกติ กาย วาจา จิตเรียบร้อย

ศีลหนักแน่นเหมือนศิลา ถูกนินทาด่าว่าก็ไจเฉยได้ ใจเป็นศีล

สอนใจตัวเองด้วยคำสอนง่ายๆว่า

"ชอบหรือไม่ชอบ อย่ายึดมั่นถือมั่น"

พยายามจับความรู้สึกแล้วก็ปล่อย

หรือเมื่อทุกข์เกิดแล้ว ก็น้อมเข้ามาดูใจตัวเอง สาวหาสาเหตุของทุกข์ตาม"ปฏิจจสมุปบาท"หรืออริยสัจสี่ ก็จะพบตัณหาอุปาทาน ให้พยายามทวนกระแสปฏิจจสมุปบาท  เพื่อระงับเหตุ คือตัณหาอุปาทาน ทุกข์ทั้งหลายก็จะดับไป

การทวนกระแสนี้คือ การดำเนินตามมรรค จึงควรที่เราจะพยายามตั้งมรรคตลอดเวลา

วันนี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้

อ่านจบแล้ว ถ้าลูก

มีเวลาก็อย่าลืมสวดแผ่ส่วนกุศล กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร และแผ่เมตตาให้ตัวเองด้วย

ขอให้ลูกและทุกๆคนจงโชคดีและชนะภัยพาลทั้งหลายทั้งปวง  ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ยังไช้ได้เสมอนะลูก

 

Posted on Mon 28 May 2007 15:04


 
โหมีกระบอกเสียงน่ารักมาส่งข่าวคุณพ่อพี่นุ้ยนี่เองอิอิ

อ่านไดหน้านี้สบายใจจังค่ะ

ขอบคุณมากๆๆๆนะคะสำหรับคำอวยพร

คุณพ่อคุณแม่พี่นุ้ยก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

แก่นเซี้ยว   
Mon 4 Jun 2007 9:03 [19]

ฮาโหล ๆ คุณพ่ออยู่ไหม๊ สงสัยไปเที่ยวกับพี่นุ้ยเพลินแล้ว ดีจังเลยค่ะ มีความสุขมาก ๆ นะคะ
   
Mon 4 Jun 2007 2:58 [18]

แหะๆ อิ่มบุญเลยล่ะค่ะ
ขอบคุณนะค่ะที่คุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็พี่นุ้ยเอาบุญมาฝาก

ปล.จ๊ะเอ๋มาส่งข่าวว่าพี่อรไปตรวจร่างมาเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ
ที่เหลือก็รอลุ้นผล วันที่ 26 นี้
มาลุ้นให้พี่อรได้ติดปีกสมใจกันนะค่ะพ่อ ^^
จ๊ะเอ๋นางฟ้าของNUPYNUPY DIARYCLUB หมายเลข 44444   
Sat 2 Jun 2007 17:59 [17]

ถึงน้องอร
คุณแม่พี่นุ้ยทราบว่าน้องอรจะไปตรวจสุขภาพวันนี้ เลยสวดมนต์ขอพรพระตั้งแต่เช้าขอให้น้องอรโชคดี สมหวัง ได้เเป็นนางฟ้าJALดังปรารถนา
พ่อก็ขอให้น้องอรโชคดีเช่นกัน
   
Sat 2 Jun 2007 9:09 [16]

สวัสดีค่ะ..ทุกๆคน
ขอบคุณคุณพ่อน้องนุ้ยนะคะที่เอาบุญมาฝาก..
เช่นกันค่ะเมื่อวันวิสาขบูชาก็ไปทำบุญกันที่วันไกลบ้านมากที่นั่นขาดระฆังเลยซื้อไปถวายทำกันทั้งครอบครัวมีพี่น้องไปร่วมกัน ได้บุญมาฝากทุกๆคนนะคะขอให้มีความสุขมากๆ....
แม่ก้อยค่ะ   
Sat 2 Jun 2007 5:59 [15]

ขอบพรุคุณมากนะคะ คุณพ่อ ที่ เอาบุญมาฝากหนู ถึงว่าวันนี้ตื่นมาแล้วสบายใจ อิ่มอดอิ่มใจจังเลย

และ ขอบพรุคุณคุณพ่ออีกเรื่องคือเรื่องที่เมเม่เล่าให้ฟังไว้ เมเม่สบายใจขึ้นมากแล้วค่ะ ธรรมมะช่วยเมเม่ได้ตลอดเลย คืนนี้เมเม่จะสวดมนต์ชุดใหญ่ก่อนนอนหล่ะค่ะคุณพ่อ

คิดถึงคุถณพ่อจังเลยค่า
   
Fri 1 Jun 2007 20:48 [14]

สวัสดีครับ คุณตาคุณยาย

วันนี้พวกหนูมาสวัสดีคุณตาคุณยายครับ

คุณแม่บอกว่าคุณแม่จะพยายามจับความรู้สึกแล้วก็ปล่อยตามที่คุณตาสอนครับผม
  
Thu 31 May 2007 17:59 [13]

แก้อีกที แผ่เมตตาแล้วไม่ได้กรวดน้ำน่ะค่ะ
ตกคำว่ากรวดน้ำไป -*-
นางฟ้าของNUPYNUPY DIARYCLUB หมายเลข 44444   
Thu 31 May 2007 16:28 [12]

แฮะๆ ลืมค่ะ ว่าจะถามอีกอย่าง
คือว่าเคยมีคนบอกจ๊ะเอ๋มาน่ะค่ะว่า
เวลาแผ่เมตตา ผลบุญจะไปไม่ถึงคนที่เราแผ่เมตตาให้เหรอค่ะ
เพราะว่าปกติ เวลาจ๊ะเอ๋เจอพวก หมา หนู หรือว่านกตายอยู่ตามถนน
จ๊ะเอ๋จะแผ่เมตตาให้เฉยๆ ไม่ได้กรวดน้ำ
ถ้าอย่างนั้น ผลบุญที่เราแผ่เมตตาให้ จะไปถึงพวกเค้ารึเปล่าค่ะ
นางฟ้าของNUPYNUPY DIARYCLUB หมายเลข 44444   
Thu 31 May 2007 16:25 [11]

555 ไม่เห่อหรอกค่ะพ่อ
เพราะวันประกาศผลจ๊ะเอ๋ก็โทรไปถามผลกับพี่อรเหมือนกัน
(ไม่ค่อยจะเห่อเอาเท่าไหร่)
ก็แค่ในที่สุดพี่อรก็สมหวัง เราก็เลยดีใจไปด้วย ก็แค่นั้นเอง ^^

พ่อค่ะ เวลาโดนใครนินทา
บางครั้งนะค่ะ จ๊ะเอ๋จะคิดซะว่าเราคงเคยทำกรรมอะไรกับเค้าไว้
แต่บางครั้งก็อดคิดแล้วก็เอามากลุ้มไม่ได้
ว่าทำไมคนเราถึงต้องทำกันขนาดนี้เลยเหรอ
ต้องจองเวรจองกรรมกันไปจนกว่าจะตายตกกันไปข้างเลยใช่ไหม
(ความคิดจะขึ้นอยู่กับอารมณ์ในช่วงนั้นด้วย)
แต่พอได้มาอ่านไดอารี่ของพ่อวันนี้
มันช่วยในเรื่องนี้ได้เยอะเลยล่ะค่ะ
ถ้าเราไม่ผิด เราไม่คิด เราก็จะมีความสุข
ทุก(ข์)อย่าง อยู่ที่ใจจริงๆ ด้วยนะค่ะ
นางฟ้าของNUPYNUPY DIARYCLUB หมายเลข 44444   
Thu 31 May 2007 16:21 [10]

สวัสดีค่ะ
ถ้ามีโอกาส..มาเที่ยวอุทัยธานีบ้างนะคะ..
จะพาไปไหว้พระที่วัดท่าซุง..
วัดหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ค่ะ
แม่ก้อยค่ะ   
Thu 31 May 2007 4:53 [9]

คุณพ่อ ค่ะ ทุกครั้งที่เมเม่เปิดเข้ามาไม่ว่าหน้าไหน วันนี้คงเป็ฯเรื่องที่ตรงใจอยากจะถามและปรึกษาคุณพ่อที่สุด

แต่พอเข้ามาอ่านเรื่องนี้ก็ทำให้ สบายใจขึ้นมาบ้าง เมื่อเช้าเมเม่เข้ามาไดอารี่ตัวเองแล้วมีคนมาพิมคอมเม้น ให้เมเม่ ในเรื่องราวเก่า ๆ ที่ทำร้ายจิตใจ เมื่อก่อนนี้ และทำให้วันนี้ทั้งวัน เมเม่ ปวดหัวไปเลย เรพาะเรื่องมันผ่านมา 4 ปีแล้วทำไม คนเหล่านี้ยังไม่เลิกจองเวรเมเม่ ทำไม ยังตามมาหลอกหลอนอยู่อีก

แต่ก็คิดได้ว่า ทุกคนสามารถทำให้เราทุกข์ได้ เสียใจได้ แต่ ตัวเเรเองตากหากที่จะปกป้อง และ ดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้คำพูดเลห่านั้นมากระทบกระเทือนจิตใจเรา

เราคงไม่สามารถมาถรทำให้คนทั้งโลกมารักเราได้ใช่ไหม๊คะ แต่เราก็ไม่สวามารถห้ามความคิดของพวกเขาได้ด้วย ก็คงต้องปล่อยให้เขาทำกันต่อไป และเราก็วางเยและให้อภัยใช่ไหม๊ค่ะคุณพ่อ

คุณพ่อสบายดรไหม๊คะ เมเม่ไม่ได้มาเล่นไดอารี่หลายวันเรพาะยุ่ง ๆ หวังว่าคุณสบายดีนะคะ

ไปหล่ะค่ะ บุ๊ง ๆๆๆๆๆ

เมเม่ ณ. ปลาหมู
   
Thu 31 May 2007 1:57 [8]

นุ้ยเพิ่งจะสวดมนต์ เสร็จไปเองค่ะพ่อ...แผ่เมตตาไปชุดใหญ่ ก็หวังว่าคำนินทาว่าร้ายจะได้หมดๆ ไปซะที แต่ยังไงก็ตาม นุ้ยจะหนักแน่นให้เหมือนศิลานะคะ
   
Wed 30 May 2007 19:53 [7]

ธรรมะที่คุณพ่อนำมาสอน ดีทุกอันเลยนะค่ะ ขอบคุณนะค่ะ
   
Wed 30 May 2007 15:30 [6]

ตอบน้องอร
พ่อดีใจด้วยที่หนูทำได้สำเร็จ เก่งมากๆ เรื่องตรวจสุขภาพไม่เป็นปัญหาสำหรับหนูหรอก ขอแสดงความยินดีด้วยจากพ่อในไดฯ
ความพยายามอยู่ที่ไหน
ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
   
Wed 30 May 2007 9:56 [5]

สวัสดีค่าคุณพ่อคุณแม่พี่นุ้ย

อรแวะมาบอกว่า ผลรอบสองอรผ่านแล้วค่า

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรมากๆค่า

จากนี้ก็รอลุ้นตรวจร่างกายอย่างเดียว

รักษาสุขภาพนะคะ ^/ \^
แก่นเซี้ยว   
Tue 29 May 2007 15:37 [4]

สวัสดีค่ะ...
ตอนนี้สบายดีไหมคะ...
ขอบคุณนะคะที่เป็นกำลังใจให้ก้อย...
น้องนุ้ยกลับมากรุงเทพฯหรือยังเอ่ย...
แม่ก้อยค่ะ   
Tue 29 May 2007 13:34 [3]

ตัวเราไม่ใช่ของเรา
ตายไปเราเอากายติดไปด้วยไม่ได้
การยึดติดถือติด ในรูปรสกลิ่นเสียง หรือเพียงรูปลักษณ์ภายนอก สำคัญเช่นไร

สิ่งที่เห็น ควรเพ่งพิจารณา

การเป็นทุกข์ การเผชิญโชคชะตาไม่มีใครทำ เรานั้นทำเอง ก่อเอง

สวัสดีค่ะคุณพ่อ
ปัทเองค่ะ
   
Mon 28 May 2007 18:35 [2]

อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง จงมีความสุข
   
Mon 28 May 2007 15:16 [1]


 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง