กิจกรรมในวันวิสาขะ
วันวิสาขบูชาในปีนี้ตรงกับวันพฤหัสที่ 31 พฤษภาคม 2550 และเป็นวันที่น้องนุ้ยมีflightมากรุงเทพฯในเวลาประมาณ 07.30 น.
ในวันนั้นพ่อกับแม่ค่อนข้างจะตื่นเต้นดีใจที่จะได้พบหน้าลูกสาว เพราะน้องนุ้ยไม่ได้บินมากรุงเทพฯประมาณสองเดือน สองเดือนเป็นเวลาที่ค่อนข้างจะนานพอดูในความรู้สึกของคนที่เป็นพ่อเป็นแม่(ใช่มั๊ยครับ?คุณแม่น้องก้อย)ที่ถามคุณแม่น้องก้อย เพราะต้องการหาแนวร่วม พ่อกับแม่ตื่นตั้งแต่ตีสี่ไปหาซื้อกระดูกหมูอ่อน ที่น้องนุ้ยพูดถึงอยู่เสมอ กระดูกหมูอ่อนนี่ กระดูกต้องอ่อนจริงๆ หักงอได้ สามารถเคี้ยวได้ทั้งกระดูก ซึ่งค่อนข้างจะหาซื้อยาก ก็หาซื้อมาได้ 1 กก.และตับแป้ง 1/2 กก.
เมื่อกลับถึงบ้าน แม่รีบจัดการล้างหมูและตับให้สะอาด แล้วนำไปปรุงรสตามสไตล์ของคนจีนกวางตุ้งก่อนนำไปนึ่ง นึ่งประมาณชั่วโมงจนเนื้อหมูนิ่ม เรียกว่าเคี้ยวได้สบายฟัน เคี้ยวกินได้ทั้งกระดูก อร่อย กรุ๊บ กรุ๊บดี ส่วนตับหมูนึ่งไม่ให้สุกเกินไป เพราะจะทำให้ตับหมูแข็ง ไม่อร่อย
เมื่อจัดการเรื่องอาหารเรียบร้อยแล้ว ก็รีบบึ่งรถไปโรงแรมที่พักแถวเพชรบุรีตัดใหม่ ปรากฏว่าน้องนุ้ยไปถึงก่อนและรออยู่ที่ห้องพักแล้ว พ่อกับแม่จึงจัดอาหารให้น้องนุ้ยทาน เห็นน้องนุ้ยทานอย่างเอร็ดอร่อย ทานไปก็บ่นไป โอ๊ย!อร่อยมากแม่ พูดในลักษณะนี้อยู่ตลอดเวลาที่ปากว่าง จนทำให้พ่อแม่อดสงสารไม่ได้ว่า "ลูกเราไปอยู่ในที่กันดารหมูจริงๆ"
หลังจากนั้นก็ชวนกันไปทำบุญเนื่องในวัน"วิสาขบูชา" ที่แรกที่ไปทำบุญคือ "บริเวณท้องสนามหลวง" ซึ่งได้มีการจัดงานนิทรรศการเนื่องในวันวิสาขบูชา หลังจากไหว้พระและเวียนเทียนรอบพระสารีริกธาตุแล้ว ก็เดินชมนิทรรศการตามเต็นท์ต่างๆสักพักใหญ่ๆ ก็ไปทำบุญไหว้พระทำบุญต่อที่วัดโบสถ์พราหมณ์ วัดสุทัศน์ฯ(พ่อเข้าไปคนเดียว ส่วนน้องนุ้ยกับแม่ไปที่วัดโบสถ์พราหมณ์ เพราะเวลาค่อนข้างจำกัด) แล้วไปไหว้เจ้าที่วัดเล่งเน่ยยี่ แถวเยาวราช สุดท้ายไปทำสังฆทานที่วัดแก้ว ในซอยจรัญฯ35
ในวันนี้ถือว่าเป็นวันที่มีความสุขที่สุดอีกวันหนึ่ง น้องนุ้ยได้บินมากรุงเทพฯ ได้ไปทำบุญด้วยกัน และที่มีความสุขอีกอย่างหนึ่งได้แบ่งบุญต่างๆที่ทำนี้ให้กับลูกๆในไดอารี่คลับด้วย
ปล. มีคนถามว่าบุญกุศลที่เราแผ่ไปนั้นถึงผู้รับที่เราตั้งใจแผ่ไปให้หรือไม่?
ตอบ. เป็นคำถามที่ค่อนข้างจะละเอียดอ่อน ก็อย่างน้อยๆถ้าใครรู้ว่าเราทำบุญแล้วมีจิตใจที่ดีนึกถึงเขา ทำให้เขามีความรู้สึกว่าได้ทำบุญร่วมกับเรา เขาดีใจ เขาภูมิใจ เขาก็มีความสุข เมื่อเขารู้สึกมีความสุข ก็แสดงว่าบุญได้บังเกิดแก่เขาแล้ว ในกรณีที่แผ่บุญกุศลไปถึงผู้ตาย เราไม่รู้ว่าผู้ตายไปเกิด ไปอยู่ที่ภพภูมิไหน ผู้ตายจะได้รับหรือไม่? เราไม่รู้ แต่เราก็ควรทำ ทำบุญไปเรื่อยๆ ทำบุญแล้วเราก็สบายใจ มีความสุข และยิ่งเราทำบุญให้กับผู้มีพระคุณโดยเฉพาะบิดามารดาไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือจะล่วงลับไปแล้วก็ตาม สิ่งนี้เป็นการแสดงออกของความกตัญญูกตเวที และสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกหลานได้เห็นได้ปฏิบัติตามในวันข้างหน้า
เป็นอันว่าขอจบแบบห้วนๆเลย เพราะน้องนุ้ยกำลังรอคุย msnอยู่ ขอโทษทุกๆคนนะครับ |