ชาวพุทธไม่เอาพุทธจรีงหรือ?
วันนี้ขอเอาบทความของคุณ ลม เปลี่ยนทิศ ซึ่งเขียนลงในหนังสือพิมพ์"ไทยรัฐ" ฉบับลงวันที่ 20 มิถุนายน 2550 มาให้อ่าน เพื่อพวกเราคนไทยจะได้รู้จะได้เข้าใจอะไรมากขึ้น
ในที่สุดเสียงของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร.ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการจัดตั้ง "องค์กรแก้ไขวิกฤตการณ์แห่งชาติ" ในมาตรา 68 วรรคสองของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 44 ต่อ 28 เสียง งดออกเสียง 6 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 คน
ในขณะที่คุณ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สนับสนุนให้คงวรรคนี้ไว้ โดยอ้างเหตุผลว่าประชาชนส่วนมากร้อยละ 60 เห็นด้วย เหมือนที่อ้างในเรื่องพุทธศาสนา
ผมต้องขอปรบมือให้กับ 48 สมาชิก สสร.ที่กล้าลงมติค้านความเห็นของสองผู้ยิ่งใหญ่แห่ง สสร. น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ และคุณเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
คุณปกรณ์ ปรียากร กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ชี้แจงเหตุผลที่กรรมาธิการยกร่างให้ตัดข้อความวรรคสอง มาตรา 68 ออกว่า "แม้การรับฟังความคิดเห็นประชาชนร้อยละ 60 เห็นด้วย แต่ความคิดเห็นของ 12 องค์กรตามรัฐธรรมนูญไม่เห็นด้วย เช่น คณะรัฐมนตรี,สภานิติบัญญัติแห่งชาติ,ศาลปกครอง,สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน,กรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ,สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,สถาบันอุดมศึกษากว่า 100 แห่ง มีมติเอกฉันท์ให้ตัดวรรคสองออก โดยให้เหตุผลว่า หากคงไว้จะมีผลทำให้ขัดกับระบบรัฐสภา"
เป็นที่น่าสังเกตุในการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ก็คือ คุณเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง พยายามจะโน้มน้าวให้ สสร.เห็นด้วยกับตน โดยอ้างว่าประชาชนที่ไปรับฟังความคิดเห็นร้อยละ 60 เห็นด้วย และจะขออนุญาตเปิดซีดีที่คุณจรัญ ภักดีธนากุล และ คุณปกรณ์ ปรียากร ไปออกทีวีอธิบายในเรื่องนี้ แต่คุณนรนิติ เศรษฐบุตร ประธาน สสร.ไม่อนุญาตให้เปิด
แล้วคุณเจิมศักดิ์ ก็อภิปรายถึงวิธีการที่ทำให้ประชาชนร้อยละ 60 เห็นด้วยกับตนว่า ตนได้อัดซีดีการอธิบายเรื่องนี้ แล้วแจกจ่ายให้กรรมาธิการภาคลงไปทำความเข้าใจกับประชาชน จนประชาชนเข้าใจ ทำให้ประชาชนส่วนมากร้อยละ 60 เห็นด้วยกับการคงมาตรา 68 วรรคสองไว้ จึงอยากให้เพื่อนสมาชิก สสร.ให้ดู เพื่อจะได้เห็นด้วยกับตน
วิธีการอย่างนี้ภาษาการเมืองเขาเรียกว่า "ล็อบบี้" ครับ
ดังนั้น การที่ประชาชนร้อยละ 60 เห็นด้วยกับคุณเจิมศักดิ์ ให้คงววรคนี้ไว้ ก็เพราะคุณเจิมศักดิ์ไป "ล็อบบี้ประชาชน" ด้วยซีดีชุดนี้ ไม่ใช่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของประชาชนแต่อย่างใด
นี่หรือครับ วิธีการรับฟังความคิดเห็นประชาชนของคุณเจิมศักดิ์
เมื่อได้รู้วิธีการรับฟังความเห็นประชาชนจากปากคุณเจิมศักดิ์เองแล้ว ก็ทำให้สงสัยว่า เรื่องการบัญญัติ "พุทธศาสนา"ให้เป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งคุณเจิมศักดิ์ ไม่เห็นด้วย และอ้างผลการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเช่นกันว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ทั้ง ๆ ที่คนไทย 64-65 ล้านคน กว่าร้อยละ 90 นับถือศาสนาพุทธ คุณเจิมศักดิ์ ใช้วิธี "ล็อบบี้ประชาชน" แบบเดียวกับมาตรา 68 วรรคสองหรือเปล่า
ตอนแรกที่ผมฟังเรื่องนี้จากคุณเจิมศักดิ์ ก็ยังสงสัยอยู่ในใจว่า ไปสำรวจชาวพุทธที่ไหนมา แต่เมื่อคุณเจิมศักดิ์ อ้างว่าไปรับฟังความคิดเห็นมาอย่างนั้น ผมไม่รู้จะเถียงยังไง
แต่วันนี้คุณเจิมศักดิ์ เปิดเผยออกมาเองถึงวิธีการรับฟังความคิดเห็นประชาชน โดยเอาซีดีที่พูดในเรื่องที่ตังเองเห็นด้วย เอาไปแจกจ่ายให้กรรมาธิการภาค นำไปเปิดให้ประชาชนฟัง เพื่อโน้มน้าวให้ประชาชนเห็นด้วย แล้วบอกว่าเป็นความคิดเห็นของประชาชน ผมว่าเป็นวิธีรับฟังความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้อง
ความคิดเห็นที่ได้ จึงไม่ใช่ความคิดเห็นที่บริสุทธิ์
ก็ได้แต่ฝากเรื่องนี้ไว้กับ สสร. และ สนช. อย่าลืมสีใน "ธงชาติไทย" ซึ่งหมายถึง "ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์" จะขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้. |